| ISBN |
9789745888753 |
| ผู้แต่ง |
มณทิชา อนุกูลวุฒิพงศ์ |
| ชื่อเรื่อง |
วพ.พฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร / มณทิชา อนุกูลวุฒิพงศ์ |
| พิมพลักษณ์ |
กรุงเทพฯ : หลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, 2540 |
| เลขเรียก |
351 ม-พ 2540 |
| รูปเล่ม |
129 หน้า ; ตาราง |
| หมายเหตุ |
วิทยานิพนธ์ |
| หมายเหตุ |
Summary: บทคัดย่อ ปัจจุบันโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตพลเมืองมากเป็นอันดับหนึ่งของประเ- ทศไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในทศวรรษปัจจุบัน เนื่องมาจากผลกระทบของวิถีชีวิตสมัยใหม่การสูบบุหรี่ , การรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูงและ การขาดการออกกำลังกาย ซึ่งส่งผลการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในประชากรทุกกลุ่มอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของวัยรุ่นไทยในก- รุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กนักเรียนวัยรุ่นจำนวน 601 คนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา 6 แห่ง ในกรุงเทพนมหานคร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2539 ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้น เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองมีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.8 และแบบสอบถามการรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงของตนเองซึ่งผู้วิจัยนมาจาก Rung Cantril Ladder ( 1 -10 ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ทดสอบความแตกต่างระหว่างคู่และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน |
| หมายเหตุ |
��ลการวิจัยพบว่า กลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจโดยรวม อยู่ในระดับน้อย สำหรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการสูบบุหรี่ และด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ด้านการอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ อยู่ในระดับน้อย ด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ด้านการรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง และด้านการขาดการออกกำลังกาย อยู่ในระดับปานกลาง กลุ่มวัยรุ่นที่มีเพศ รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจไม่แตกต่างกัน กลุ่มวัยรุ่นที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 การรับรู้ต่อพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับน้อย กับพฤติกรรมด้านการอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ และด้านการรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ( r =0.19 ; r -0.13 ) มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรมด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลก- อฮอล์ที่ระดับ 0.001 ( r = 0.44 ) ด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนที่ระดับ 0.01 ( r = 0.44 ) การรับรู้ต่อพฤติกรรมเสี่ยงของตนเองมีความสัมพันธ์ทางลบในระดับน้อย กับพฤติกรรมสุขภาพด้านการขาดการออกกำลังกายที่ระดับ 0.001 ( r = -0.24 ) และการรับรู้ต่อพฤติกรรมที่เสี่ยงของวัยรุ่นไม่มีความสัมพันธ์ กับพฤติกรรมสุขภาพ ด้านการสูบบุหรี่ ( r = -0.14 ) การวิจัยครั้งนี้ พบว่าพฤติกรรมสุขภาพที่มีปัญหามากที่สุด คือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง และการออกกำลังกายจึงควรส่งเสริมให้วัยรุ่นและครอบครัวตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัจจุบันโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตพลเมืองมากเป็นอันดับหนึ่งของประเ- ทศไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในทศวรรษปัจจุบัน เนื่องมาจากผลกระทบของวิถีชีวิตสมัยใหม่การสูบบุหรี่ , การรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูงและ การขาดการออกกำลังกาย ซึ่งส่งผลการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในประชากรทุกกลุ่มอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ- ่นการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของวัยรุ่นไทยในก- รุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กนักเรียนวัยรุ่นจำนวน 601 คนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา 6 แห่ง ในกรุงเทพนมหานคร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2539 ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้น เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองมีค่าความเ- ที่ยง เท่ากับ 0.8 และแบบสอบถามการรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงของตนเองซึ่งผู้วิจัยนมาจาก Rung Cantril Ladder ( 1 -10 ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ทดสอบความแตกต่างระหว่างคู่และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน |
| หมายเหตุ |
��ลการวิจัยพบว่า กลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจโดยรวม อยู่ในระดับน้อย สำหรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการสูบบุหรี่ และด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ด้านการอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ อยู่ในระดับน้อย ด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ด้านการรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง และด้านการขาดการออกกำลังกาย อยู่ในระดับปานกลาง กลุ่มวัยรุ่นที่มีเพศ รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจไม่แตกต่างกัน กลุ่มวัยรุ่นที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 การรับรู้ต่อพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับน้อย กับพฤติกรรมด้านการอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ และด้านการรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ( r =0.19 ; r -0.13 ) มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรมด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลก- อฮอล์ที่ระดับ 0.001 ( r = 0.44 ) ด้านการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนที่ระดับ 0.01 ( r = 0.44 ) การรับรู้ต่อพฤติกรรมเสี่ยงของตนเองมีความสัมพันธ์ทางลบในระดับน้อย กับพฤติกรรมสุขภาพด้านการขาดการออกกำลังกายที่ระดับ 0.001 ( r = -0.24 ) และการรับรู้ต่อพฤติกรรมที่เสี่ยงของวัยรุ่นไม่มีความสัมพันธ์ กับพฤติกรรมสุขภาพ ด้านการสูบบุหรี่ ( r = -0.14 ) การวิจัยครั้งนี้ พบว่าพฤติกรรมสุขภาพที่มีปัญหามากที่สุด คือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การรับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง และการออกกำลังกายจึงควรส่งเสริมให้วัยรุ่นและครอบครัว ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ |
| หัวเรื่อง |
พฤติกรรมสุขภาพ |
| หัวเรื่อง |
โรคหลอดเลือดหัวใจ |
| ผู้แต่งนิติบุคคล |
หลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล |